ดูเหมือนว่าจะนานมากแล้วตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนาม เนื่องจากช่วงพักเบรกทีมชาติและภารกิจใน เอฟเอ คัพ ที่พวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วม
ช่วงเวลาว่างนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่ รูเบน อโมริม จะได้ทำงานกับนักเตะในทีม ราวกับเป็นการปรีซีซั่นระยะสั้น เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและปรับปรุงสไตล์การเล่นให้กับลูกทีมได้อย่างเต็มที่
ก่อนพักเบรกทีมชาติ ปีศาจแดง เริ่มแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในการเล่น แม้อาจยังไม่โดดเด่นนัก แต่ก็แสดงให้เห็นสัญญาณบวกในแง่ของการพัฒนาภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวโปรตุเกส ซึ่งหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตที่ดียิ่งขึ้น
รูเบน อโมริม เองก็คงให้ความสำคัญกับการเสริมทัพในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากทราบดีว่าต้องแก้ไขปัญหาในทีมและเพิ่มขุมกำลังเพื่อเป้าหมายในอนาคต แต่ก็ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการเงิน ซึ่งอาจจำเป็นต้องขายนักเตะบางส่วนเพื่อเปิดทางให้กับการซื้อนักเตะใหม่
ตามรายงานจาก Bild.de (ภาพข่าวด้านล่าง) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องยอมจ่ายค่าตัวราว 67 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัว ฮูโก้ เอกิติเก้ กองหน้าชาวฝรั่งเศสของ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ที่กำลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงใน บุนเดสลีกา ฤดูกาลนี้
ดาวรุ่งวัย 22 ปีรายนี้เคยอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก่อนย้ายมา แฟร้งค์เฟิร์ต และระเบิดฟอร์มด้วยการยิงไปถึง 19 ประตูในฤดูกาลนี้ พร้อมดึงดูดความสนใจจาก อาร์เซน่อล และสโมสรชั้นนำในยุโรป
ปัญหาหลักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้คือการขาดประสิทธิภาพในแดนหน้า ราสมุส ฮอยลุนด์ ยังยิงประตูได้น้อย แม้จะเริ่มทำได้ดีขึ้นก่อนพักเบรกทีมชาติ ขณะที่ โจชัว เซิร์กซี แม้จะไม่ได้เป็นดาวยิงระดับท็อป แต่ก็มีบทบาทอื่นที่สำคัญเช่นกัน
การคว้าตัว ฮูโก้ เอกิติเก้ อาจถือเป็นการเดิมพันกับนักเตะดาวรุ่งที่ยังไม่พิสูจน์ตัวเองมากนัก ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจไม่พร้อมที่จะเสี่ยงกับนักเตะหมายเลขเก้าที่ขาดประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก
อย่างไรก็ตาม หาก รูเบน อโมริม ต้องการศูนย์หน้าตัวใหม่ การเลือกนักเตะที่มีผลงานการทำประตูที่พิสูจน์แล้วในระดับสูง โดยเฉพาะใน พรีเมียร์ลีก อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปี 2025 กำลังใกล้เข้ามา มารอดูกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะตัดสินใจอย่างไร และจะเดินหน้าเจรจาคว้าตัว ฮูโก้ เอกิติเก้ มาร่วมทีมหรือไม่